การศึกษาความเป็นไปได้ของระบบให้ความร้อนจากภายนอกในเครื่องไทยแลนด์โทคาแมคเพื่อการทดลองพลาสมาฟิวชันที่มีประสิทธิภาพสูง
หัวหน้าโครงการ
ผู้ร่วมโครงการ
ไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
สมาชิกทีมคนอื่น ๆ
ไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดโครงการ
วันที่เริ่มโครงการ: 01/10/2022
วันที่สิ้นสุดโครงการ: 30/09/2023
คำอธิบายโดยย่อ
การศึกษาเชิงคำนวณพฤติกรรมของไอออนพลังงานสูงระหว่างการให้ความร้อนแบบ NBI และ ICRF จะถูกจัดทำขึ้นภายใต้โครงการวิจัยนี้ โดยจะการศึกษาด้วยโคด Monte Carlo modeling of fast ion species code NUBEAM และ Collisionless Lorentz orbit code LORBIT โดยผลงานวิจัยภายใต้โครงการวิจัยนี้จะมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทดลองในเครื่องไทยแลนด์โทคาแมค-1 (TT-1) ในการทดลองเฟสที่ 2 และ 3 รวมทั้งการ เตรียมความพร้อมในการติดตั้งระบบระบบให้ความร้อนแบบ NBI และ ICRF ในเครื่องไทยแลนด์โทคาแมค- 2 (TT-2) เพื่อการทดลองพลาสมาที่มีประสิทธิภาพสูง อีกทั้งผลงานวิจัยนี้ จะส่งเสริมงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชันในอนาคต อาทิเช่น ITER tokamaks และ DEMOs เพื่อให้แน่ใจว่ามีการศึกษาที่จำเป็นในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานฟิวชันต่อไปในอนาคต โดยมีเป้าหมายของแผนงานย่อย/โครงการ
- เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของระบบให้ความร้อนแบบ NBI และ ICRF ในเครื่องไทยแลนด์โทคาแมค
- เพื่อศึกษาพฤติกรรมของไอออนพลังงานสูงระหว่างการให้ความร้อนแบบ NBI และ ICRF ในเครื่องไทยแลนด์โทคาแมค-1 เพื่อการทดลองพลาสมาที่มีประสิทธิภาพสูง
- เพื่อเตรียมความพร้อมในการติดตั้งระบบระบบให้ความร้อนแบบ NBI และ ICRF ในเครื่องไทยแลนด์โทคาแมค- 2 (TT-2) เพื่อการทดลองพลาสมาที่มีประสิทธิภาพสูง
- เพื่อประเมินงบประมาณและเปรียบเทียบประสิทธิภาพเพื่อความคุ้มค่าของระบบ NBI และ ICRF ในเครื่องไทยแลนด์โทคาแมค-1
- เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งในการทำวิจัยร่วมด้านฟิวชันพลาสมาระหว่างนักวิจัยไทยและนักวิจัยต่างประเทศ
- เพื่อพัฒนาและเพิ่มนักวิจัยรุ่นใหม่ นิสิต และนักศึกษา ให้มีความรู้ความสามารถทางด้านฟิวชันพลาสมา
โครงการวิจัยนี้อยู่ภายใต้แผนงาน การพัฒนา วิจัยและการใช้ประโยชน์ ด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชันและพลาสมาสำหรับประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2564-2567 ประเด็นกลยุทธ์ที่ 3 การเป็นผู้นำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในอาเซียน กลยุทธ์ที่ 3.1 พัฒนาความร่วมมือทางวิชาการทั้งในประเทศและภูมิภาคอาเซียนในเทคโนโลยี 5 ด้าน (พลาสมาและฟิวชัน) และยังสอดคล้องกับ แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2566-2570 ของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ใน ยุทธศาสตร์ที่ 3 (S3) การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมระดับขั้นแนวหน้าที่ก้าวหน้าล้ำยุค เพื่อสร้างโอกาสใหม่และความพร้อมของประเทศในอนาคต แผนงาน (P18) ขับเคลื่อนการวิจัยขั้นแนวหน้าที่สร้างองค์ความรู้ใหม่ด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า รวมทั้งการนำผลการวิจัยขั้นแนวหน้าประยุกต์ใช้และพัฒนาต่อยอด แผนงานย่อย N36 (S3P18) วิจัยขั้นแนวหน้าด้านฟิสิกส์พลังงานสูงและพลาสมา ระบบโลกและอวกาศ ควอนตัมและงานวิจัยเพื่ออนาคต
คำสำคัญ
ไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มสาขาการวิจัยเชิงกลยุทธ์
ผลงานตีพิมพ์
ไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง






