ผลของการปนเปื้อนไมโครพลาสติกต่อการบำบัดโลหะหนักด้วยถ่านชีวภาพเพื่อการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนในฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง
หัวหน้าโครงการ
ผู้ร่วมโครงการ
ไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
สมาชิกทีมคนอื่น ๆ
รายละเอียดโครงการ
วันที่เริ่มโครงการ: 01/10/2023
วันที่สิ้นสุดโครงการ: 30/09/2024
คำอธิบายโดยย่อ
อาณาเขตทางทะเลชายฝั่งของประเทศไทยมีความยาวประมาณ 323,000 ตางรางกิโลเมตร ส่งผลให้ประเทศไทยมีมูลค่าผลประโยชน์ทางท้องทะเล ประมาณ 21.517 ล้านบาทต่อปี (ปี พ.ศ. 2559) อันประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ อาทิ เช่น การนำเข้าและส่งออกทางทะเล อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเคมิคอล-พลาสติก มูลค่านำเข้า-ส่งออกน้ำมันดิบ-น้ำมันสำเร็จรูป-แก๊ส-เชื้อเพลิง รวมทั้งอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงประมงชายฝั่ง เป็นต้น (ดวงพร อุไรวรรณ, 2561) จากกิจกรรมดังกล่าวได้ก่อให้เกิดการพัฒนาชายฝั่งอย่างไร้ทิศทาง รวมทั้งการปล่อยมลพิษลงสู่แหล่งน้ำใกล้ชายฝั่ง ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสื่อมโทรมของที่อยู่อาศัยชายฝั่งทะเล ดังนั้น การกำหนดแผนส่งเสริมและนโยบายทางท้องทะเลโดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงิน จึงเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญยิ่ง เพื่อนำมาบูรณาการให้เกิดความยั่งยืนกับสิ่งแวดล้อมทางท้องทะเล และรักษาผลประโยชน์ทางท้องทะเลทั้งทางตรงและทางอ้อมของประเทศให้เกิดความยั่งยืนอีกด้วย
ในปัจจุบันพื้นที่บริเวณภาคกลางตอนล่าง เป็นพื้นที่ทำการเกษตรหลากหลาย โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งก่อให้เกิดมูลค่าผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทย แต่เนื่องจากมีการเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการรุกร้ำของเมืองเข้าใกล้กับพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมากขึ้น จึงทำให้แหล่งน้ำต่างๆ โดยเฉพาะน้ำคลอง ได้รับมลสารเพิ่มขึ้น ทั้งจากแหล่งน้ำเสียจากชุมชน และอุตสาหกรรมโดยรอบ เนื่องจากน้ำจากคลองสาธารณะเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ซึ่งหากในน้ำดังกล่าวมีการปนเปื้อนของสารพิษและสารเคมีที่มีคุณสมบัติคงอยู่ยาวนานในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโลหะหนักและไมโครพลาสติก และหากไม่มีการป้องกัน การจัดการและการควบคุมดูแลที่ดี จะส่งผลให้คุณภาพของสิ่งแวดล้อมในทะเลและชายฝั่งเสื่อมลง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของสัตว์น้ำ รวมทั้งการสะสมของสารพิษในห่วงโซ่อาหาร ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภคอาหารทางทะเล
ในปัจจุบันพบว่า ในประเทศไทยมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นในปริมาณร้อยละ 12 ของปริมาณขยะทั้งหมด หรือประมาณปีละ 2 ล้านตัน ซึ่งขยะพลาสติกที่พบส่วนใหญ่ในสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ถุงร้อน ถุงเย็น และถุงหูหิ้ว ที่ผลิตจากพลาสติกประเภท Polypropylene (PE) นอกจากขยะพลาสติกขนาดใหญ่ที่มักพบในสิ่งแวดล้อมแล้วนั้น การปนเปื้อนของขยะพลาสติกที่มีอนุภาคขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร ก็ถูกพบเป็นจำนวนมาก ซึ่งเกิดจากการแตกตัวของพลาสติกขนาดใหญ่ เช่น จากพลาสติกประเภท Polyethylene (PE), Polystyrene (PS) และ Polyvinyl chloride (PVC) ซึ่งก่อให้เกิดการสะสมในสิ่งแวดล้อมและเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของสิ่งมีชีวิตในท้ายที่สุด ผลการศึกษาของ Ta และ Babel (2020) ได้รายงานว่าพบปริมาณ MPs ขนาดเล็กประมาณ 0.05–0.3 มิลลิเมตร เป็นจำนวนมากที่สุดในบริเวณเขตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของปากแม่น้ำเจ้าพระยา
นอกจากนี้ การปนเปื้อนของโลหะในแหล่งน้ำ ถือเป็นอีกปัญหาที่สำคัญ เนื่องจากมีการเติบโตของภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการขยายตัวของเมือง เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งก่อให้ก่อการใช้ปุ๋ยมากเกินไปในการเกษตร การปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำ ก่อให้เกิดการสะสมของโลหะหนักในสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โลหะหนักถือเป็นปัญหาใหญ่ต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เนื่องจากสารพิษดังกล่าวเป็นอันตรายโดยตรงต่อสัตว์น้ำ เมื่อโลหะหนักเข้าสู่แหล่งน้ำ ก็จะสะสมในดิน แหล่งน้ำ และในเลนตะกอน และจะเข้าสู่สิ่งมีชีวิตผ่านห่วงโซ่อาหาร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ในท้ายที่สุด (Thongra-ar et al., 2008) โลหะที่พบมากที่สุดในแหล่งน้ำทางทะเล ได้แก่ สารหนู (As) แคดเมียม (Cd) โครเมียม (Cr) ทองแดง (Cu) ปรอท (Hg) นิกเกิล (Ni) ตะกั่ว (Pb) และสังกะสี (Zn) (Worakhunpiset, 2018) อย่างไรก็ตาม ได้พบว่า Cd มีการสะสมในตะกอนและสัตว์น้ำ รองลงมาคือ Pb, Zn, Cu, Ni และ Mn ตามลำดับ (Worakhunpiset, 2018)
ดังนั้น การศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แห่งชาติทางท้องทะเล โดยเฉพาะการฟื้นฟูความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งเพื่อให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะส่งผลให้เกิดการสร้างองค์ความรู้ และพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของบุคลากร เพื่อนำไปสู่การสร้างเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดกิจกรรมเศรษฐกิจจากฐานทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังจะสร้างมูลค่าผลประโยชน์แห่งชาติทางท้องทะเลให้แก่ประเทศชาติอีกด้วย ดังนั้น การศึกษาวิจัยเพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ในการลดการปนเปื้อนของโลหะหนักและศึกษาผลของการปนเปื้อนสารไมโครพลาสติกในแหล่งน้ำเพื่อให้เกิดการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่ดีขึ้น จึงเป็นแนวทางในการจัดการและป้องกันระบบนิเวศแหล่งน้ำได้อย่างยั่งยืน
ในปัจจุบันพบว่า ได้มีการนำถ่านชีวภาพ ซึ่งผลิตจากเศษวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตรมาใช้เป็นวัสดุดูดซับสารพิษในน้ำ คณะวิจัยจึงเล็งเห็นว่าการใช้ประโยชน์จากวัสดุดังกล่าว จะช่วยลดปริมาณวัสดุที่เหลือทิ้งจากภาคการเกษตรและส่งเสริมการนำทรัพยากรมาหมุนเวียนใช้ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าสูงสุด งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างไมโครพลาสติกและโลหะหนักและศึกษาผลของการปนเปื้อนไมโครพลาสติกต่อการจัดการและปรับปรุงคุณภาพน้ำให้มีความเหมาะสมต่อการนำไปใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดการลดความเสี่ยงจากการสะสมของสารพิษดังกล่าวในสัตว์น้ำ ทำให้ปริมาณสัตว์น้ำที่ตายมีแนวโน้มลดลง และยังจะสร้างความน่าเชื่อถือของสินค้าทางทะเลเพื่อการส่งออกที่ดีขึ้นอีกด้วย
คำสำคัญ
ไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มสาขาการวิจัยเชิงกลยุทธ์
ผลงานตีพิมพ์
ไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง






