ความตระหนักรู้ต่อทิศทางในการออกแบบหลักสูตรภูมิสถาปัตยกรรม: การวิเคราะห์เชิงสมรรถนะต่อความต้องการเกิดใหม่และแนวโน้มในระดับโลก
บทความในวารสาร
ผู้เขียน/บรรณาธิการ
กลุ่มสาขาการวิจัยเชิงกลยุทธ์
รายละเอียดสำหรับงานพิมพ์
รายชื่อผู้แต่ง: เกียรติกมล นิลาภรณ์กุล, วรเมธ ศรีวนาลักษณ์
ผู้เผยแพร่: คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ปีที่เผยแพร่ (ค.ศ.): 2026
ชื่อย่อของวารสาร: ACAAD
Volume number: 39
Issue number: 2
นอก: 3027-8201
ภาษา: Thai (TH)
บทคัดย่อ
ในปัจจุบัน ภูมิสถาปนิกเป็นวิชาชีพที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นและธรรมชาติ แต่ทว่า ท่ามกลางบริบทของโลกในศตวรรษที่ 21 ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์วิกฤตสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้บทบาทของภูมิสถาปนิกต้องเปลี่ยนผ่านจากการเน้นสร้างสรรค์สุนทรียภาพทางภูมิทัศน์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การเป็นผู้รับมือกับปัญหาจริงของโลก (Real World Problems) ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติธรรมชาติ การจัดการน้ำในเมือง และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาสมรรถนะบัณฑิตและการสร้างทรัพยากรบุคคลสามารถตอบสนองต่อความต้องการและความท้าทายในโลกอนาคต การออกแบบหลักสูตรภูมิสถาปัตยกรรมและการพัฒนาสมรรถนะบัณฑิตจึงต้องปรับให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการในบริบทสังคมโลกด้วยเช่นกัน บทความปริทัศนี้ได้ใช้วิธีการทบทวนวรรณกรรมเชิงวิพากษ์ (Critical Review) เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบของปัจจัยภายนอกต่อวิชาชีพ ด้านบริบทด้านสิ่งแวดล้อมและความท้าทายทางสังคม ด้านทักษะการทำงานที่คาดหวังในศตวรรษหน้า ด้านสมรรถนะที่คาดหวังขององค์กรวิชาชีพด้านภูมิสถาปัตยกรรม ด้านการกำหนดสมรรถนะบัณฑิตจากหลักสูตรภูมิสถาปัตยกรรมในประเทศและต่างประเทศ พบว่า บริบทด้านสิ่งแวดล้อมและความท้าทายทางสังคม (Societal Challenges) แสดงให้เห็นว่า ปัญหาความมั่นคงทางน้ำและอาหาร สุขภาวะของมนุษย์ และความเสี่ยงจากภัยพิบัติจะทำให้งานภูมิสถาปัตยกรรมจำเป็นต้องขยายขอบเขตไปสู่การลดผลกระทบ (Mitigate) และสร้างความยืดหยุ่น (Resilience) ให้กับเมืองและสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง ด้านทักษะการทำงานที่คาดหวังในศตวรรษหน้า World Economic Forum ระบุสมรรถนะหลักที่จำเป็นในอนาคต 3 ด้าน คือ 1) การคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น (Cognitive Agility) 2) การยืดหยุ่น ปรับตัวไว (Emotional & Adaptive Intelligence) และ 3) ความเท่าทันเทคโนโลยีและรักษ์สิ่งแวดล้อม (Tech & Planet-awareness) โดยมี "ทักษะด้านการทำนุบำรุงสิ่งแวดล้อม" (Environmental Stewardship) ก้าวขึ้นมาเป็นทักษะที่มีความต้องการสูงมากและเชื่อมโยงโดยตรงกับวิชาชีพภูมิสถาปนิก โดยเฉพาะการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว-ฟ้า (Blue-green Infrastructure) และการฟื้นฟูระบบนิเวศ ด้านสมรรถนะที่คาดหวังขององค์กรวิชาชีพด้านภูมิสถาปัตยกรรมชั้นนำ 6 แห่งทั่วโลก มีจุดเน้นร่วมที่ระบุว่าวิชาชีพภูมิสถาปัตยกรรมมีลักษณะเป็นสหวิทยาการ (Multidisciplinary) ที่ต้องผสานศาสตร์ด้านการออกแบบ วิทยาศาสตร์ และการจัดการเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความยั่งยืน ภูมิสถาปนิกยุคใหม่จึงต้องมีความเชี่ยวชาญทั้งด้านนิเวศวิทยา การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงและยึดมั่นในจริยธรรมทางสิ่งแวดล้อม ด้านการกำหนดสมรรถนะบัณฑิตจากหลักสูตรภูมิสถาปัตยกรรมในประเทศและต่างประเทศ พบว่า หลักสูตรต่างประเทศกลุ่มสหรัฐอเมริกามุ่งเน้นการสร้างดุลยภาพระหว่างระบบนิเวศและวัฒนธรรม ผ่านการเรียนรู้ด้วยโครงงาน (Project-based Learning) และการใช้เทคโนโลยีจำลองสภาพแวดล้อมเพื่อวิเคราะห์พลวัตของพื้นที่ กลุ่มเอเชียเน้นจุดเด่นที่การบูรณาการความรู้ข้ามศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาเมืองในบริบทภูมิภาคเอเชียที่มีความซับซ้อนและเน้นระบบโครงสร้างการเรียนรู้ที่เข้มแข็งและการปฏิบัติจริง กลุ่มหลักสูตรในประเทศไทย สามารถวิเคราะห์จำแนกได้เป็นกลุ่มที่เน้นสมรรถนะรอบด้าน (Well-rounded) เพื่อเตรียมความพร้อมบัณฑิตสู่วิชาชีพและกลุ่มที่เน้นสมรรถนะเด่นเฉพาะตัว (Distinctive Competency) ซึ่งส่วนใหญ่มีจุดเด่นด้านมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิทัศน์พื้นถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่น การวิเคราะห์เปรียบเทียบนี้ทำให้เห็นช่องว่างสำคัญของหลักสูตรภูมิสถาปัตยกรรมของไทย คือการขาดจุดเน้นที่ชัดเจนด้านภูมินิเวศ (Landscape Ecology) นิเวศวิทยาเมือง และการทำนุบำรุงสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นเพียงพอเมื่อเทียบกับแนวโน้มโลกที่มุ่งเน้นการรับมือกับวิกฤตภูมิอากาศอย่างเร่งด่วน ถึงแม้หลักสูตรไทยจะมีการกล่าวถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน แต่ยังไม่ถูกผลักดันให้เป็นแกนหลักทางสมรรถนะที่โดดเด่นเท่าที่ควร ดังนั้น ทิศทางการออกแบบหลักสูตรภูมิสถาปัตยกรรมยุคใหม่สำหรับประเทศไทยจึงต้องปิดช่องว่างเหล่านี้ด้วยการออกแบบหลักสูตรที่บูรณาการองค์ความรู้สหศาสตร์เพื่อผลิตบัณฑิตที่เป็น "ผู้นำการเปลี่ยนแปลง" โดยการพัฒนาสมรรถนะบัณฑิตที่สามารถสร้างงานภูมิสถาปัตยกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ หลักสูตรต้องมุ่งเน้นการพัฒนาทั้งทักษะทางเทคนิค (Hard Skills) และทักษะเชิงสมรรถนะ (Soft Skills) ควบคู่กัน โดยเฉพาะทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการออกแบบที่ยั่งยืน สิ่งสำคัญ คือ เน้นย้ำทักษะด้านการทำนุบำรุงสิ่งแวดล้อม (Environmental Stewardship) การปลูกฝังคุณลักษณะความเป็นพลเมืองโลกที่ตระหนักรู้ต่อบริบทโลก (Global Outlook) ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Planetary Citizenship) และความเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learner) ให้กับผู้เรียน การจัดรูปแบบการเรียนการสอนควรมุ่งเน้นการลงมือทำผ่านโครงงานที่ใช้โจทย์จริงจากบริบทพื้นที่ (Project-based Learning) และส่งเสริมการทำงานร่วมกันแบบสหวิชาชีพ (Collaborative Learning) ทั้งในระดับท้องถิ่นและสากล เพื่อให้บัณฑิตมีความพร้อมในการทำงานในตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูงและสามารถใช้ศาสตร์ทางภูมิสถาปัตยกรรมในการยกระดับคุณภาพชีวิตมนุษย์ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูธรรมชาติได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังตอบสนองต่อความสำคัญของการปรับปรุงหลักสูตรที่สามารถสร้างผลกระทบต่อการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการสร้างทรัพยากรคนให้รู้เท่าทันต่อวิกฤตและโอกาสของโลกอนาคตได้อย่างแท้จริง เพื่อให้วิชาชีพภูมิสถาปัตยกรรมยังคงความสำคัญและสามารถสร้างคุณูปการต่อสังคมโลกได้อย่างยั่งยืน
คำสำคัญ
การวิเคราะห์เชิงสมรรถนะ






