ระบบกกลูกหมูดำระยะดูดนมสำหรับชุมชนบ้านปิพอ ตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่
หัวหน้าโครงการ
ผู้ร่วมโครงการ
ไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
สมาชิกทีมคนอื่น ๆ
รายละเอียดโครงการ
วันที่เริ่มโครงการ: 01/10/2023
วันที่สิ้นสุดโครงการ: 30/09/2024
คำอธิบายโดยย่อ
ชุมชนถิ่นทุรกันดารบ้านปิพอ ตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียใหม่ ตั้งอยู่ที่เส้นรุ้ง 17 องศาเหนือ เส้นแวง 98 องศาตะวันออก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 900 เมตร เป็นชุมชนที่ยังไม่มีกระแสไฟฟ้าเข้าถึง บ้านปิพอมีจำนวนประชากร 58 ครัวเรือน รวม 277 คน ชาวบ้านในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ยากจน มีรายได้ประมาณ 39,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี วิถีชีวิตประจำของชาวบ้าน คือ ทำการเกษตร/ปศุสัตว์แบบดั้งเดิม เช่น ปลูกข้าวไร่ ปลูกข้าวนา ปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงหมูดำ เลี้ยงไก่ เลี้ยงวัว เป็นต้น
การเลี้ยงหมูดำมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากการบริโภค/จำหน่ายแล้ว หมูดำยังมีความสำคัญในการใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ เช่น พิธีแต่งงานของชนชาวกระเหรี่ยง (ใช้หมูดำขุน) เป็นต้น จะเห็นว่าหมูดำเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่มีความต้องการบริโภคสูงมาก แต่การผลิตหมูดำในพื้นที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่ละครัวเรือนชุมชนบ้านปิพอต้องการบริโภคหมูอย่างน้อย 4 ตัวต่อปี แต่ผลิตได้เพียง 2 ตัวต่อครัวเรือนต่อปี ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าจากนอกพื้นที่คิดเป็นมูลค่าประมาณ 377,000 - 580,000 บาท สาเหตุที่ผลิตหมูได้น้อยกว่าความต้องการเนื่องจากการเลี้ยงลูกหมูระยะดูดนมมีอัตราการรอดต่ำคือ ≤ 50% (ประมาณ 5 ตัวต่อครอกที่รอด) สาเหตุที่มีอัตราการรอดต่ำเนื่องจากลูกหมูต้องการอุณหภูมิกกประมาณ 30-32 °C (สำหรับแม่หมู อุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 25-28 °C) แต่สภาวะอุณหภูมิของบ้านปิพอมีการเปลี่ยนแปลงมากในแต่ละฤดูและในแต่ละช่วงเวลาของกลางวัน-กลางคืน ซึ่งลักษณะการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิดังกล่าวจะคล้ายกับของอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ดังแสดงในตารางที่ 1 ซึ่งแสดงอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย และสูงสุดเฉลี่ยในฤดูร้อน (มี.ค.-เม.ย.) ฤดูฝน (พ.ค.-ต.ค.) และฤดูหนาว (พ.ย.-ก.พ.) นอกจากนี้อุณหภูมิในแต่ละคืนตั้งแต่ 17.00 – 7.00 น. ในช่วงฤดูหนาวจะแตกต่างกันประมาณ 10-15 °C
ตารางที่ 1 อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด-สูงสุดอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2564
อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด-สูงสุดอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2564 | ||||||||||||
เฉลี่ย (°c) | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. |
สูงสุด | 26 | 28 | 31 | 31 | 29 | 26 | 26 | 26 | 26 | 27 | 26 | 25 |
ต่ำสุด | 12 | 13 | 16 | 20 | 21 | 21 | 20 | 20 | 20 | 19 | 16 | 13 |
ที่มา : https://th.weatherspark.com ค้นเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2565
ด้วยเหตุนี้จึงต้องการออกแบบระบบกกลูกหมูดำระยะดูดนม เพื่อเพิ่มอัตราการรอดของลูกหมูจาก ≤ 50 % เป็น 70 % ในฤดูฝนและฤดูหนาว สำหรับให้เพียงพอต่อการนำไปบริโภค และประกอบพิธีกรรม เพื่อลดการนำเข้าจากภายนอกชุมชน ทำให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้
การออกแบบระบบกกลูกหมูจะเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยจะออกแบบระบบกกลูกหมูสำหรับแม่หมูดำ 1 ตัว และลูกหมูดำ 10-12 ตัว จากการทบทวนผลงานวิจัยที่ผ่านมาทำให้ประเมินได้ว่าปริมาตรของคอกรวมทั้งพื้นที่ตั้งเตาให้ความร้อนควรเป็น 2.4 x 2.4 x 0.6 เมตร โดยปริมาตรดังกล่าวควรเป็นระบบใกล้เคียงระบบปิด และจากการทบทวนผลการวิจัยเรื่องเตาชีวมวล ทำให้สามารถดัดแปลงเตาดังกล่าวมาใช้ในงานวิจัยนี้ โดยเตาที่จะออกแบบควรให้ความร้อนได้ประมาณ 12 ชม. โดยไม่มีการเติมเชื้อเพลิง เนื่องจากเตาดังกล่าวจะใช้ในช่วงเวลากลางคืน (17.00 – 07.00 น.) ของฤดูฝนและฤดูหนาว
คำสำคัญ
- ถิ่นทุรกันดาร
- ระบบกกลูกหมูดำ
- หมูดำระยะดูดนม
กลุ่มสาขาการวิจัยเชิงกลยุทธ์
ผลงานตีพิมพ์
ไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง






